มีนาคม 2552 - Google เปิดตัว Google Maps ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
หลังจากที่มีการใช้งาน Google Maps มานานหลายปี ในที่สุด Google (Thailand) ก็มีการแถลงข่าวเปิดตัว Google Maps ประเทศไทยเวอร์ชั่นท้องถิ่นอย่างเป็นทางการ มีการจับมือพันธมิตรเพื่อสร้าง Content หลากหลายบน Google Maps อาทิเช่น
-ภาพยนตร์และรอบฉาย จาก Major Cineplex
-งานอีเวนต์และคอนเสิร์ต จาก ThaiTicketMajor
-ร้านอาหารแนะนำจาก BKKMenu.com
นอกจากนี้ยังมี Feature สำหรับให้เพิ่ม POI, ร้านค้า, บริษัท ลงบนแผนที่ของ Google ได้ด้วยตัวเอง รวมถึง Maps API สำหรับนักพัฒนาเพื่อเรียกใช้ Google Maps บน Website ของตัวเอง
บทวิจารณ์
งานนี้ Google มีแต่ได้กับได้ครับ ยอมทุ่มทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานก็คือแผนที่ แล้วดึงดูดเครือข่ายผู้ใช้งานทั่วไปให้สร้าง Content ให้ หลังจากผ่านมาหลายเดือน ตอนนี้มี POI บน Google Maps เยอะมาก แถมยังค้นหาเป็นภาษาไทยได้เลย แต่ปัญหา Classic ก็คือ เมื่อให้ใครก็ได้เพิ่ม POI ได้อย่างอิสระ ผลที่ตามมาก็คือ POI บางตัวตำแหน่งมั่วมากไม่ถูกต้องเลย แถม POI เดียวกันก็มีคนเพิ่มหลายคน แต่คนละตำแหน่งอีก ในอนาคตคงต้องมีกลไกในการตรวจสอบและคัดกรอง POI ที่เพิ่มเข้าไปให้ถูกต้องขึ้น
กรกฎาคม 2552-Mio เปิดตัว Moov S Series
Mio แบรนด์ GPS ชื่อดังจากไต้หวันที่เข้ามาทำตลาด GPS ในบ้านเรามา 2-3 ปีแล้วภายใต้ร่มเงาของ Synnex ผู้จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ของไทย หลังจากเปิดตัวไปหลายรุ่นกับซอฟท์แวร์นำทางหลากหลายยี่ห้อทั้ง Powermap และ SpeedNavi ในที่สุดตอนนี้ถึงคราวเปลี่ยนมาใช้ซอฟท์แวร์นำทาง MioMap ของตัวเองได้สักที โดยรอบนี้ Upgrade เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด MioMap Spirit ที่มี Interface แบบใหม่ที่ว่ากันว่าใช้ง่ายยิ่งขึ้น โดย Mio ออก Product มา 2 ตัวคือ Mio Moov S500 (ราคา 12,900 บาท) และ Mio Moov S550 (เพิ่ม Hands-Free ราคา 14,900 บาท) โดยทั้งสองรุ่นมีหน้าจอแบบ Wide Screen ขนาด 4.7" ในรูปทรงบางเฉียบ โดยมีจุดขายอยู่ที่ซอฟท์แวร์นำทางตัวใหม่ล่าสุด MioMap Spirit ที่มี UI ชั้นยอดพร้อมแผนที่ประเทศไทยจาก TeleAtlas
บทวิจารณ์
ว่ากันตามหลักการแล้วยี่ห้อ Mio นี่แหละที่จะเป็นคู่แข่งสำคัญของ Garmin ในตลาด GPS ในเมืองไทย โดยที่ไต้หวัน Mio เป็นแบรนด์ GPS อันดับต้นๆ แข่งกับ Garmin มาโดยตลอด สำหรับตัว Mio Moov เอง จริงๆแล้วถือว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจตัวหนึ่ง มี Feature ครบครัน (หน้าจอ 4.7" แบบ Wide, Design แบบบางเฉียบ, MP3 Player) ปัญหาที่บ่นมาจากลูกค้าที่ใช้คือ การนำทางที่ไม่ค่อยดี แถมแผนที่ใน MioMap ยังไม่ค่อยจะ Update สู้แผนที่ใน IGO ไม่ได้ที่ Update มากกว่าถึงแม้ว่ามาจาก TeleAtlas เหมือนกันก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจของ Synnex ในการทำตลาด GPS ก็คือสงครามราคา ทั้งปีมีโปรโมชั่นลดราคามาตลอด แถมโปรโมชั่นสุดคุ้มอย่างซื้อ 1 เครื่องแถม 1 เครื่องที่ขายเฉพาะในห้าง Tesco Lotus ก็ทำให้ Stock ที่เหลือหมดลงอย่างรวดเร็ว (เครื่องที่ทำโปรโมชั่นคือ Mio รุ่น C230 ที่ออกมาพักใหญ่แล้ว ราคาขาย 7900 บาทแต่ได้ 2 เครื่อง) อีกการตลาดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ไม่พอใจยินดีคืนเงิน (ภายใต้เงื่อนไขเวลาที่กำหนดคือ 10 วัน) อันนี้ก็มาแนวใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนเช่นกัน
สิงหาคม 2552- Pierre Cadin เปิดตัว GPS Navigator
ปิแอร์ การ์แดง (Pierre Cadin) แบรนด์แฟชั่นชื่อดังหันมาทำตลาด GPS กับเค้าบ้าง โดยปีนี้ออก Product ออกมาทั้งหมด 3 รุ่นคือ F250 (หน้าจอ 4.3" ราคา 12,900 บาท), F450 (หน้าจอ 4.3" ราคา 12,900 บาท) และรุ่น 5116 (หน้าจอ 5" ราคา 16,900 บาท) โดยทั้งหมดใช้ซอฟท์แวร์นำทางของ PowerMap X2 โดยจุดขายน่าจะอยู่ที่แบรนด์ปิแอร์ การ์แดงที่คุ้นหู และ Feature แสดงอาคารแบบ 3D ของ PowerMap X2 รวมทั้ง Design ของ GPS ที่ดูหรูหรา งานนี้ใช้ Presenter คนดังอย่าง นานา ไรบีน่ามาเป็นตัวช่วยทำตลาดด้วย แถมเสียงนำทางยังใช้เสียงนานาอีกด้วย

บทวิจารณ์
เห็นยี่ห้อนี้แล้วงงกันทั่วหน้า ว่ามากันได้ยังไง แถมมีการลงโฆษณาตามหนังสือพิมพ์ต่างๆ ผ่านตาพอสมควร อีกทั้งเคยเห็นคัทเอาท์บนทางด่วนที่มีรูปนานาติดอยู่ด้วย พิสูจน์ว่างานนี้เอาจริงไม่ได้ขายเล่นๆ ในแง่ของราคาเปิดตัวมาก็ไม่ได้ตั้งไว้ถูกซักเท่าไร กลุ่มลูกค้าน่าจะระดับ B+ ขึ้นไป งานนี้น่าจะเจาะกลุ่มผู้ใช้ GPS หน้าใหม่ที่ชอบแบรนด์หรูหรามากกว่า เพราะ Spec. ของเครื่องถือว่ายังไม่น่าจูงใจให้ซื้อเท่าไร แถมซอฟท์แวร์นำทางอย่าง PowerMap X2 การนำทางยังไม่ดีเท่าซอฟท์แวร์นำทางตัวอื่นๆ ที่ขายอยู่ จุดขายเดียวที่แข็งแกร่งของ PowerMap X2 ก็คือการแสดงอาคารแบบ 3D ที่สวยงามกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ
กันยายน 2552 - บลูเบอรี่ (Blueberri) เปิดตัว GPS 2 รุ่น ได้แก่ Being 430 และ Amuse 510
แบรนด์ GPS น้องใหม่ล่าสุดคือ Blueberi จากบริษัทออสก้า โฮลดิ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่ยี่ห้อ OSKA ที่หันมาเอาดีทางด้านขาย GPS ด้วยเปิดตัว GPS 2 รุ่น คือ Being 430 ที่ใช้ซอฟท์แวร์จาก SpeedNavi (หน้าจอ 4.3" ราคาเปิดตัว 12,900 บาท) และรุ่น Amuse 510 ที่ใช้ซอฟท์แวร์จาก Powermap X2 (หน้าจอ 5" ราคาเปิดตัว 15,900 บาท) รุ่นนี้รูปทรงหน้าตาดูดีมากเลยทีเดียว ทำออกมาคล้ายๆ IPhone แถมยังโปรโมทว่ารุ่นนี้ใช้ GPS Ship ที่ความเร็วสูงที่สุดในปัจจุบัน จุดขายของ Blueberri ก็คือลูกค้าสามารถเลือกเปลี่ยนซอฟท์แวร์ในเครื่องเองได้ หรือจะซื้อแต่เครื่องเปล่าๆ ก็ขายให้ มีการทุ่มทุนโดยใช้ดาราเป็น Presenter คือเรย์ แมคโดนัลด์ และลีโอ พุฒ
บทวิจารณ์ ผลตอบรับทางจากผู้ใช้ทาง Internet ยังไม่แรงเท่าไรเพราะตัว GPS ดันไปละม้ายคล้ายกับเครื่อง GPS เมืองจีนที่ขายๆ กันอยู่ในราคา 5000-6000 บาท อีกส่วนคือการตั้งชื่อ Brand ที่พยายามเลียนแบบให้ชื่อคล้ายๆ กับ Blackberry มากไปจนเกินเหตุ สำหรับลูกค้าคงเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบ SpeedNavi หรือ PowerMap X2 เป็นการเฉพาะ แล้วอยากใช้ซอฟท์แวร์ถูกลิขสิทธิ์และมีการรับประกันมากกว่า
ตุลาคม 2552- Garmin-Asus เปิดตัว Nuvifone M20
ในที่สุด Co-Brands อย่างการ์มิน-อัสซุสก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Nuvifone กับเขาซักกะที หลังจากมีข่าวว่าจะออกมือถือร่วมกันมาร่วมปี จุดเด่นของ garmin-asus Nuvifone M20 ก็คือมันเป็น Mobile Phone ที่มีระบบปฏิบัติการ Windows Mobile โดยติดตั้งซอฟท์แวร์ Navigator ของ Garmin ฝังอยู่ใน Rom ของเครื่องเลย ไม่ต้องลง Software ใดๆ เพิ่มเติมอีก จุดขายก็คือมันเป็น Smartphone ตัวเดียวในตลาดที่เน้นฟังก์ชั่นการนำทาง GPS อย่างจริงจัง แถมยังใช้แผนที่ของ ESRI เหมือน Garmin ด้วย สนนราคาในวันเปิดตัว 15,900 บาท ถือว่าราคาไม่สูงนัก น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการ Smartphone และเน้นใช้ฟีเจอร์ Navigator เป็นหลัก
บทวิจารณ์
เป็นดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดของ Mobile Phone ยี่ห้อ Asus ที่พักหลังโดนคู่แข่งอย่าง HTC ทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น มามาดใหม่นี้แก้เกมส์โดยการ Co-Brands กับ Garmin เจ้าพ่อวงการ GPS รายใหญ่เพื่อสร้างมือถือสายพันธุ์ใหม่ก็คือ Nuvifone เท่าที่ดูผลตอบรับค่อนข้างดี น่าจะขายได้ตามเป้า โดยมีจุดแข็งก็คือการชูธงเรื่องการนำทางด้วย GPS เป็นหลัก เหลียวไปในตลาดมือถือกลุ่ม Segment ที่เป็น Mobile+GPS ไม่ปรากฏว่ามีใครเป็นคู่แข่งที่ใกล้เคียง รูปทรงก็เล็กกะทัดรัดในราคาที่ไม่แพงนัก คงเอาตัวรอดไปได้ไม่ยาก แต่เสียงบ่นที่ตามมาก็คือหน้าจอที่เล็กเพียงแค่ 2.8" มันเล็กจนเกินไปในเวลาใช้งานจริงตอนนำทาง คำถามที่ตามมาหลังจากนั้น ฐานลูกค้าที่ใช้ GPS บนเครื่องมือถือ (PDA) อย่างเดียวในเมืองไทยใหญ่พอที่ garmin-asus จะลงทุนต่อไปหรือเปล่า อย่าลืมว่าคนใช้ GPS ในบ้านเราส่วนหนึ่งใช้ PND นำทางเป็นหลัก แยกต่างหากจากฟังก์ชั่นโทรศัพท์ แถมตลาด Mobile Phone อย่างเดียวก็มีผู้เล่นอันแข็งแกร่งเรียงกันเป็นตับอยู่แล้ว
ตุลาคม 2552- HTC ประกาศเปิดตัว TomTom โปรแกรมแผนที่นำทางตัวใหม่แทน Garmin
หลังจากที่หมดสัญญา Exclusive กับ Garmin ที่ระบุว่ามีเพียง HTC แบรนด์เดียวเท่านั้นที่จะ Bundle ซอฟท์แวร์แผนที่ Garmin MobileXT หลังจากร่วมหอลงโรงกันครบปี ถึงวันต้องลาจากกันเมื่อ Garmin หันไปจับมือ Asus ออกแบรนด์ใหม่ปิดตำนาน MobileXT ไปเรียบร้อยแล้ว ถึงตอนนี้ HTC คงต้องหาซอฟท์แวร์นำทางคู่ใจตัวใหม่ และท้ายสุดไปได้ TomTom Navigator ซอฟท์แวร์นำทางชื่อดังจากฝั่งยุโรป โดยชื่อชั้นน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Garmin ได้เลย ฟีเจอร์นำทางที่โดดเด่น ทั้งเรื่องผลลัพธ์ในการเลือกเส้นทางและเสียงนำทางที่ดีเยี่ยม ความเร็วในการคำนวณเส้นทางที่รวดเร็ว ข้อดีมากมายในเรื่องนำทางไม่เป็นที่สงสัย ปัญหาที่ลูกค้าบ่นออกมาก็คือแผนที่มันดันไม่เป็นภาษาไทย ทำให้เกิดปัญหาการค้นหา POI ที่หายังไงก็ไม่เคยเจอ
บทวิจารณ์ TomTom โด่งดังอยู่แล้วในเมืองนอก HTC เลือกใช้ตัวนี้นับว่าถูกต้องแล้ว ซึ่งในความเป็นจริง เมืองไทยก็ใช้ซอฟท์แวร์นำทางหลากหลายจนเรียกว่ามาเกือบครบทั้งโลกอยู่แล้ว (Route66 ใน Samsung, Destinator ใน LG เป็นต้น) แต่สังเกตุได้ว่าณ ขณะนี้ TomTom ก็ยังไม่พร้อมสมบูรณ์สำหรับเมืองไทย เพราะเห็นว่าแผนที่ในตอนนี้จะมีแต่ภาษาอังกฤษให้ใช้เท่านั้น
ตุลาคม 2552 - ESRI เปิดตัว Garmin Nuvi1460, Oregon 550 และแผนที่เวอร์ชั่นใหม่ TSM V.10
เปิดตัวส่งท้ายปีสำหรับ ESRI ผู้นำตลาด GPS ในไทย โดยมีหมัดเด็ดอยู่ที่ Garmin Nuvi1460 (ราคาเปิดตัว 17,900 บาท) ซึ่งมี Feature ครบเครื่องทั้ง Junction View , Eco-Route, ข้อมูลทางออกบนทางด่วน พร้อมกับ Update แผนที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดด้วย (TSMV.10) สังเกตุว่าแผนที่ใหม่จะเปิดตัวพร้อมกับ Product ใหม่ของ Garmin เสมอ
บทวิจารณ์
Garmin Nuvi 1460 ราคาเปิดตัวในระดับราคาที่พอรับได้ น่าจะทำให้ GPS ยี่ห้ออื่นหวั่นไหวเป็นแถว โดยเฉพาะรุ่นที่มีราคาในช่วง 1 หมื่นบาทขึ้นไป ผลตอบรับจากผู้ใช้ทาง Internet ค่อนข้างดี ราคาที่ไม่ต่างจากเครื่องหิ้วมากนัก ทำให้หลายคนเปลี่ยนมาซื้อเครื่องศูนย์แทน อีกทั้ง Feature ที่เป็นหมัดเด็ดอย่าง Junction View ที่อัพเดทใหม่ ทำให้หลายคนเห็นแล้วอยากจะใช้มั่ง (สังเกตุว่าจริงๆแล้วคนไทยชอบ Feature นี้มาก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว Software นำทางในอเมริกากับยุโรปไม่ค่อยเน้น Feature นี้กันเท่าไร ที่ทำกันอยู่ก็ไม่ค่อยสวยนัก เน้นแค่ว่าดูแล้วพอเข้าใจก็พอ แต่ Junction View กลับฮิตมากในฝั่งเอเซียอย่างไต้หวัน, เกาหลี, มาเลเซียรวมถึงไทย) ส่วนแผนที่ TSM V.10 ก็ปรับปรุงดีขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อน โดยมีแผนที่ที่อัพเดทและจำนวน POI ที่อัดมาจนแน่นยังคงเป็นจุดขายที่เหนือกว่าคู่แข่ง แน่นอนกลุ่มลูกค้ายังเป็นกลุ่มที่มองเรื่องลิขสิทธิ์ถูกต้องและการรับประกันมาก่อนเรื่องราคา
พฤศจิกายน 2552 - Google เปิดตัว Google Transport
สำหรับประเทศไทยนี้คือข่าวที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแวดวงแผนที่ในบ้านเรา ทั้งในแง่เป็น Product ของผู้เล่นรายใหญ่ยักษ์ผสมผสานกับอิทธิพลของ Marketing แบบ Social Networking อันทรงประสิทธิภาพ ส่งผลให้การเปิดตัว Google Transport ในประเทศไทยกระจายเป็นข่าวปลิวว่อนใน Internet ไปหมดภายในวันแรกของการเปิดตัว กล่าวได้ว่านี้เป็นการใช้งบโฆษณาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Google ที่ใช้เงินน้อยที่สุดก็ว่าได้ ถ้าใครเคยเห็นโฆษณา Google Transport ประเทศไทยชิ้นนี้ อาจจะคุ้นๆ หน้านักแสดงประกอบเหล่านั้นบ้าง เพราะพวกเค้าทั้งหมดเป็นคนในวงการ IT ที่มีชื่อเสียงแทบทั้งสิ้น โดยสรุปคร่าวๆ คือ Google เปิดตัว Product 3 ตัวคือ
- Google Traffic สามารถแสดงข้อมูลการจราจรว่าตรงไหนติดขัด ไม่ติดขัด โดยแสดงเป็นเส้นสีเขียว เหลือง แดง บน Google Map แบบ Real Time สนับข้อมูลจาก สนข. (สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร)
- Google Transit สามารถแสดงการนำทางโดยใช้เส้นทางขนส่งมวลชน (รถเมล์, รถไฟฟ้า BTS, MRT) โดยแสดงเส้นทางพร้อมเวลาว่าจะเลือกขึ้นรถเมล์สายอะไร หรือต่อรถไฟฟ้าที่สถานีไหน (Feature ข้อนี้เด็ดสุด การบอกการเดินทางโดยรถเมล์ว่าให้ขึ้นสายไหนต่อสายไหนที่ไหนเป็นอะไรที่คนกรุงเทพอยากได้มากๆ อยู่แล้ว)
- Google Maps for Mobile (ภาษาไทย) อันนี้เป็น Application บนมือถือ เท่าที่เห็นมีครบทุก Platform ทั้ง Windows Mobile, IPhone, Android, Symbian, Java ซึ่งเวอร์ชั่นใหม่จะ Support 2 Features ข้างต้น ใครไม่มีไป Download มาลงได้ ที่สำคัญฟรี
บทวิจารณ์ เมื่อยักษ์ใหญ่มา รากหญ้าก็วอดวาย ประโยคนี้ใช้ได้ดีเสมอ ในความรู้สึกผม Google Traffic ไม่ได้เป็นของแปลกใหม่เลยในเมืองไทย ตอนนี้เราก็มีทั้ง Longdo Map กับ Traffy ของ Nectec ที่สามารถแสดงข้อมูลจราจรเป็นเส้นสีได้กันมาตั้งนานแล้ว (ทั้งสองตัวมี Application บนมือถือและดูได้บน Web เหมือน Google เช่นกัน) ทำไมเพิ่งมาตื่นเต้นเอากันตอนนี้ หนำซ้ำผมว่าผลลัพธ์ของทั้งสองตัวยังถูกต้องมากกว่าของ Google Traffic เสียอีก ซึ่งอันนี้ผมไม่ค่อยจะแปลกใจเพราะ Google ใช้แหล่งข้อมูลแค่ที่เดียวคือ สนข. ในขนาดที่ Longdo และ Traffy ใช้ข้อมูลจาก ITS (สมาคมขนส่งอัจฉริยะไทย) ซึ่งใช้ข้อมูลจากหน่วยราชการหลากหลายกว่าทั้ง สนข., กทม. และตำรวจจราจร (บก.02)
พฤศจิกายน 2552 - Tele System เปิดตัว GPS Navigator รุ่นใหม่ที่มาพร้อมซอฟท์แวร์ IGO ลิขสิทธิ์แท้
ในที่สุดซอฟท์แวร์ IGO ถูกลิขสิทธิ์ตามกฎหมายก็มีเข้ามาเพิ่มในตลาดอีกยี่ห้อหนึ่ง ภายใต้แบรนด์ Tele Sysyem จากอิตาลี โดยแรกเริ่มเปิดตัว 2 รุ่นคือ TS8511 (หน้าจอ 4.3" ราคา 9,990 บาท) และ TS8411 (หน้าจอ 3.5"ราคา 8,990) ทั้งหมดมาพร้อมกับ IGO amigo ลิขสิทธิ์ถูกต้อง
บทวิจารณ์
เท่าที่เห็น GPS เปิดตัวมาหลายยี่ห้อในปีนี้ ผมว่า Tele System อยู่ในข่ายที่น่าเจ็บตัวมากที่สุด เพราะเล่นชนกับตลาด Grey Market (ตลาด GPS จากเมืองจีนที่ติดตั้งซอฟท์แวร์ IGO อย่างไม่ถูกต้อง) แบบเต็มๆ เพราะชนทั้ง Hardware และ Software โดยที่ตัว Harware นั้น Spec. และหน้าตาใกล้เคียงกับเครื่องจีนหลายรุ่นในราคาที่ถูกกว่าเกือบครึ่ง ยอมรับว่าต้นทุนที่สูงกว่าของ Tele System มาจากต้นทุนค่า Software ลิขสิทธิ์, ต้นทุนค่าการตลาดและการทำบริการหลังการขายทั้งในเรื่องการรับประกันและศูนย์บริการ ในขนาดที่เครื่องจีนนั้นต้นทุนเหล่านี้แทบจะเป็นศูนย์ ยอมรับว่าจุดแข็งเดียวที่เหนียวแน่นก็คือลูกค้าที่ชื่นชอบซอฟท์แวร์ IGO เป็นพิเศษและพร้อมยินดีจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อใช้ซอฟท์แวร์ถูกกฎหมาย ซึ่งยอมรับว่าเมืองไทยยังมีผู้ใช้ที่มีคุณภาพแบบนี้ยังน้อยอยู่