วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สรุปข่าวในแวดวง GPS ในปี 2552

ไม่ได้ Update Blog มานานเป็นปีแล้ว เนื่องจากติดภารกิจรัดตัว มารอบนี้เลยทำการสรุปข่าวเกี่ยวกับ GPS ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยในปี 2552 แบบรวดเดียวเลยทีเดียว ข่าวทั้งหมดอาจจะเก่าเก็บแล้ว แถมล้าสมัย แต่บันทึกไว้สำหรับประโยชน์ในการอ้างอิงภายหลังได้ครับ

มีนาคม 2552 - Google เปิดตัว Google Maps ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
หลังจากที่มีการใช้งาน Google Maps มานานหลายปี ในที่สุด Google (Thailand) ก็มีการแถลงข่าวเปิดตัว Google Maps ประเทศไทยเวอร์ชั่นท้องถิ่นอย่างเป็นทางการ มีการจับมือพันธมิตรเพื่อสร้าง Content หลากหลายบน Google Maps อาทิเช่น
-ภาพยนตร์และรอบฉาย จาก Major Cineplex
-งานอีเวนต์และคอนเสิร์ต จาก ThaiTicketMajor
-ร้านอาหารแนะนำจาก BKKMenu.com
นอกจากนี้ยังมี Feature สำหรับให้เพิ่ม POI, ร้านค้า, บริษัท ลงบนแผนที่ของ Google ได้ด้วยตัวเอง รวมถึง Maps API สำหรับนักพัฒนาเพื่อเรียกใช้ Google Maps บน Website ของตัวเอง
บทวิจารณ์
งานนี้ Google มีแต่ได้กับได้ครับ ยอมทุ่มทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานก็คือแผนที่ แล้วดึงดูดเครือข่ายผู้ใช้งานทั่วไปให้สร้าง Content ให้ หลังจากผ่านมาหลายเดือน ตอนนี้มี POI บน Google Maps เยอะมาก แถมยังค้นหาเป็นภาษาไทยได้เลย แต่ปัญหา Classic ก็คือ เมื่อให้ใครก็ได้เพิ่ม POI ได้อย่างอิสระ ผลที่ตามมาก็คือ POI บางตัวตำแหน่งมั่วมากไม่ถูกต้องเลย แถม POI เดียวกันก็มีคนเพิ่มหลายคน แต่คนละตำแหน่งอีก ในอนาคตคงต้องมีกลไกในการตรวจสอบและคัดกรอง POI ที่เพิ่มเข้าไปให้ถูกต้องขึ้น

กรกฎาคม 2552-Mio เปิดตัว Moov S Series
Mio แบรนด์ GPS ชื่อดังจากไต้หวันที่เข้ามาทำตลาด GPS ในบ้านเรามา 2-3 ปีแล้วภายใต้ร่มเงาของ Synnex ผู้จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ของไทย หลังจากเปิดตัวไปหลายรุ่นกับซอฟท์แวร์นำทางหลากหลายยี่ห้อทั้ง Powermap และ SpeedNavi ในที่สุดตอนนี้ถึงคราวเปลี่ยนมาใช้ซอฟท์แวร์นำทาง MioMap ของตัวเองได้สักที โดยรอบนี้ Upgrade เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด MioMap Spirit ที่มี Interface แบบใหม่ที่ว่ากันว่าใช้ง่ายยิ่งขึ้น โดย Mio ออก Product มา 2 ตัวคือ Mio Moov S500 (ราคา 12,900 บาท) และ Mio Moov S550 (เพิ่ม Hands-Free ราคา 14,900 บาท) โดยทั้งสองรุ่นมีหน้าจอแบบ Wide Screen ขนาด 4.7" ในรูปทรงบางเฉียบ โดยมีจุดขายอยู่ที่ซอฟท์แวร์นำทางตัวใหม่ล่าสุด MioMap Spirit ที่มี UI ชั้นยอดพร้อมแผนที่ประเทศไทยจาก TeleAtlas


บทวิจารณ์
ว่ากันตามหลักการแล้วยี่ห้อ Mio นี่แหละที่จะเป็นคู่แข่งสำคัญของ Garmin ในตลาด GPS ในเมืองไทย โดยที่ไต้หวัน Mio เป็นแบรนด์ GPS อันดับต้นๆ แข่งกับ Garmin มาโดยตลอด สำหรับตัว Mio Moov เอง จริงๆแล้วถือว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจตัวหนึ่ง มี Feature ครบครัน (หน้าจอ 4.7" แบบ Wide, Design แบบบางเฉียบ, MP3 Player) ปัญหาที่บ่นมาจากลูกค้าที่ใช้คือ การนำทางที่ไม่ค่อยดี แถมแผนที่ใน MioMap ยังไม่ค่อยจะ Update สู้แผนที่ใน IGO ไม่ได้ที่ Update มากกว่าถึงแม้ว่ามาจาก TeleAtlas เหมือนกันก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจของ Synnex ในการทำตลาด GPS ก็คือสงครามราคา ทั้งปีมีโปรโมชั่นลดราคามาตลอด แถมโปรโมชั่นสุดคุ้มอย่างซื้อ 1 เครื่องแถม 1 เครื่องที่ขายเฉพาะในห้าง Tesco Lotus ก็ทำให้ Stock ที่เหลือหมดลงอย่างรวดเร็ว (เครื่องที่ทำโปรโมชั่นคือ Mio รุ่น C230 ที่ออกมาพักใหญ่แล้ว ราคาขาย 7900 บาทแต่ได้ 2 เครื่อง) อีกการตลาดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ไม่พอใจยินดีคืนเงิน (ภายใต้เงื่อนไขเวลาที่กำหนดคือ 10 วัน) อันนี้ก็มาแนวใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนเช่นกัน

สิงหาคม 2552- Pierre Cadin เปิดตัว GPS Navigator
ปิแอร์ การ์แดง (Pierre Cadin) แบรนด์แฟชั่นชื่อดังหันมาทำตลาด GPS กับเค้าบ้าง โดยปีนี้ออก Product ออกมาทั้งหมด 3 รุ่นคือ F250 (หน้าจอ 4.3" ราคา 12,900 บาท), F450 (หน้าจอ 4.3" ราคา 12,900 บาท) และรุ่น 5116 (หน้าจอ 5" ราคา 16,900 บาท) โดยทั้งหมดใช้ซอฟท์แวร์นำทางของ PowerMap X2 โดยจุดขายน่าจะอยู่ที่แบรนด์ปิแอร์ การ์แดงที่คุ้นหู และ Feature แสดงอาคารแบบ 3D ของ PowerMap X2 รวมทั้ง Design ของ GPS ที่ดูหรูหรา งานนี้ใช้ Presenter คนดังอย่าง นานา ไรบีน่ามาเป็นตัวช่วยทำตลาดด้วย แถมเสียงนำทางยังใช้เสียงนานาอีกด้วย


บทวิจารณ์
เห็นยี่ห้อนี้แล้วงงกันทั่วหน้า ว่ามากันได้ยังไง แถมมีการลงโฆษณาตามหนังสือพิมพ์ต่างๆ ผ่านตาพอสมควร อีกทั้งเคยเห็นคัทเอาท์บนทางด่วนที่มีรูปนานาติดอยู่ด้วย พิสูจน์ว่างานนี้เอาจริงไม่ได้ขายเล่นๆ ในแง่ของราคาเปิดตัวมาก็ไม่ได้ตั้งไว้ถูกซักเท่าไร กลุ่มลูกค้าน่าจะระดับ B+ ขึ้นไป งานนี้น่าจะเจาะกลุ่มผู้ใช้ GPS หน้าใหม่ที่ชอบแบรนด์หรูหรามากกว่า เพราะ Spec. ของเครื่องถือว่ายังไม่น่าจูงใจให้ซื้อเท่าไร แถมซอฟท์แวร์นำทางอย่าง PowerMap X2 การนำทางยังไม่ดีเท่าซอฟท์แวร์นำทางตัวอื่นๆ ที่ขายอยู่ จุดขายเดียวที่แข็งแกร่งของ PowerMap X2 ก็คือการแสดงอาคารแบบ 3D ที่สวยงามกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ

กันยายน 2552 - บลูเบอรี่ (Blueberri) เปิดตัว GPS 2 รุ่น ได้แก่ Being 430 และ Amuse 510
แบรนด์ GPS น้องใหม่ล่าสุดคือ Blueberi จากบริษัทออสก้า โฮลดิ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่ยี่ห้อ OSKA ที่หันมาเอาดีทางด้านขาย GPS ด้วยเปิดตัว GPS 2 รุ่น คือ Being 430 ที่ใช้ซอฟท์แวร์จาก SpeedNavi (หน้าจอ 4.3" ราคาเปิดตัว 12,900 บาท) และรุ่น Amuse 510 ที่ใช้ซอฟท์แวร์จาก Powermap X2 (หน้าจอ 5" ราคาเปิดตัว 15,900 บาท) รุ่นนี้รูปทรงหน้าตาดูดีมากเลยทีเดียว ทำออกมาคล้ายๆ IPhone แถมยังโปรโมทว่ารุ่นนี้ใช้ GPS Ship ที่ความเร็วสูงที่สุดในปัจจุบัน จุดขายของ Blueberri ก็คือลูกค้าสามารถเลือกเปลี่ยนซอฟท์แวร์ในเครื่องเองได้ หรือจะซื้อแต่เครื่องเปล่าๆ ก็ขายให้ มีการทุ่มทุนโดยใช้ดาราเป็น Presenter คือเรย์ แมคโดนัลด์ และลีโอ พุฒ



บทวิจารณ์
ผลตอบรับทางจากผู้ใช้ทาง Internet ยังไม่แรงเท่าไรเพราะตัว GPS ดันไปละม้ายคล้ายกับเครื่อง GPS เมืองจีนที่ขายๆ กันอยู่ในราคา 5000-6000 บาท อีกส่วนคือการตั้งชื่อ Brand ที่พยายามเลียนแบบให้ชื่อคล้ายๆ กับ Blackberry มากไปจนเกินเหตุ สำหรับลูกค้าคงเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบ SpeedNavi หรือ PowerMap X2 เป็นการเฉพาะ แล้วอยากใช้ซอฟท์แวร์ถูกลิขสิทธิ์และมีการรับประกันมากกว่า

ตุลาคม 2552- Garmin-Asus เปิดตัว Nuvifone M20
ในที่สุด Co-Brands อย่างการ์มิน-อัสซุสก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Nuvifone กับเขาซักกะที หลังจากมีข่าวว่าจะออกมือถือร่วมกันมาร่วมปี จุดเด่นของ garmin-asus Nuvifone M20 ก็คือมันเป็น Mobile Phone ที่มีระบบปฏิบัติการ Windows Mobile โดยติดตั้งซอฟท์แวร์ Navigator ของ Garmin ฝังอยู่ใน Rom ของเครื่องเลย ไม่ต้องลง Software ใดๆ เพิ่มเติมอีก จุดขายก็คือมันเป็น Smartphone ตัวเดียวในตลาดที่เน้นฟังก์ชั่นการนำทาง GPS อย่างจริงจัง แถมยังใช้แผนที่ของ ESRI เหมือน Garmin ด้วย สนนราคาในวันเปิดตัว 15,900 บาท ถือว่าราคาไม่สูงนัก น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการ Smartphone และเน้นใช้ฟีเจอร์ Navigator เป็นหลัก


บทวิจารณ์
เป็นดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดของ Mobile Phone ยี่ห้อ Asus ที่พักหลังโดนคู่แข่งอย่าง HTC ทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น มามาดใหม่นี้แก้เกมส์โดยการ Co-Brands กับ Garmin เจ้าพ่อวงการ GPS รายใหญ่เพื่อสร้างมือถือสายพันธุ์ใหม่ก็คือ Nuvifone เท่าที่ดูผลตอบรับค่อนข้างดี น่าจะขายได้ตามเป้า โดยมีจุดแข็งก็คือการชูธงเรื่องการนำทางด้วย GPS เป็นหลัก เหลียวไปในตลาดมือถือกลุ่ม Segment ที่เป็น Mobile+GPS ไม่ปรากฏว่ามีใครเป็นคู่แข่งที่ใกล้เคียง รูปทรงก็เล็กกะทัดรัดในราคาที่ไม่แพงนัก คงเอาตัวรอดไปได้ไม่ยาก แต่เสียงบ่นที่ตามมาก็คือหน้าจอที่เล็กเพียงแค่ 2.8" มันเล็กจนเกินไปในเวลาใช้งานจริงตอนนำทาง คำถามที่ตามมาหลังจากนั้น ฐานลูกค้าที่ใช้ GPS บนเครื่องมือถือ (PDA) อย่างเดียวในเมืองไทยใหญ่พอที่ garmin-asus จะลงทุนต่อไปหรือเปล่า อย่าลืมว่าคนใช้ GPS ในบ้านเราส่วนหนึ่งใช้ PND นำทางเป็นหลัก แยกต่างหากจากฟังก์ชั่นโทรศัพท์ แถมตลาด Mobile Phone อย่างเดียวก็มีผู้เล่นอันแข็งแกร่งเรียงกันเป็นตับอยู่แล้ว

ตุลาคม 2552- HTC ประกาศเปิดตัว TomTom โปรแกรมแผนที่นำทางตัวใหม่แทน Garmin
หลังจากที่หมดสัญญา Exclusive กับ Garmin ที่ระบุว่ามีเพียง HTC แบรนด์เดียวเท่านั้นที่จะ Bundle ซอฟท์แวร์แผนที่ Garmin MobileXT หลังจากร่วมหอลงโรงกันครบปี ถึงวันต้องลาจากกันเมื่อ Garmin หันไปจับมือ Asus ออกแบรนด์ใหม่ปิดตำนาน MobileXT ไปเรียบร้อยแล้ว ถึงตอนนี้ HTC คงต้องหาซอฟท์แวร์นำทางคู่ใจตัวใหม่ และท้ายสุดไปได้ TomTom Navigator ซอฟท์แวร์นำทางชื่อดังจากฝั่งยุโรป โดยชื่อชั้นน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Garmin ได้เลย ฟีเจอร์นำทางที่โดดเด่น ทั้งเรื่องผลลัพธ์ในการเลือกเส้นทางและเสียงนำทางที่ดีเยี่ยม ความเร็วในการคำนวณเส้นทางที่รวดเร็ว ข้อดีมากมายในเรื่องนำทางไม่เป็นที่สงสัย ปัญหาที่ลูกค้าบ่นออกมาก็คือแผนที่มันดันไม่เป็นภาษาไทย ทำให้เกิดปัญหาการค้นหา POI ที่หายังไงก็ไม่เคยเจอ

บทวิจารณ์
TomTom โด่งดังอยู่แล้วในเมืองนอก HTC เลือกใช้ตัวนี้นับว่าถูกต้องแล้ว ซึ่งในความเป็นจริง เมืองไทยก็ใช้ซอฟท์แวร์นำทางหลากหลายจนเรียกว่ามาเกือบครบทั้งโลกอยู่แล้ว (Route66 ใน Samsung, Destinator ใน LG เป็นต้น) แต่สังเกตุได้ว่าณ ขณะนี้ TomTom ก็ยังไม่พร้อมสมบูรณ์สำหรับเมืองไทย เพราะเห็นว่าแผนที่ในตอนนี้จะมีแต่ภาษาอังกฤษให้ใช้เท่านั้น

ตุลาคม 2552 - ESRI เปิดตัว Garmin Nuvi1460, Oregon 550 และแผนที่เวอร์ชั่นใหม่ TSM V.10
เปิดตัวส่งท้ายปีสำหรับ ESRI ผู้นำตลาด GPS ในไทย โดยมีหมัดเด็ดอยู่ที่ Garmin Nuvi1460 (ราคาเปิดตัว 17,900 บาท) ซึ่งมี Feature ครบเครื่องทั้ง Junction View , Eco-Route, ข้อมูลทางออกบนทางด่วน พร้อมกับ Update แผนที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดด้วย (TSMV.10) สังเกตุว่าแผนที่ใหม่จะเปิดตัวพร้อมกับ Product ใหม่ของ Garmin เสมอ


บทวิจารณ์
Garmin Nuvi 1460 ราคาเปิดตัวในระดับราคาที่พอรับได้ น่าจะทำให้ GPS ยี่ห้ออื่นหวั่นไหวเป็นแถว โดยเฉพาะรุ่นที่มีราคาในช่วง 1 หมื่นบาทขึ้นไป ผลตอบรับจากผู้ใช้ทาง Internet ค่อนข้างดี ราคาที่ไม่ต่างจากเครื่องหิ้วมากนัก ทำให้หลายคนเปลี่ยนมาซื้อเครื่องศูนย์แทน อีกทั้ง Feature ที่เป็นหมัดเด็ดอย่าง Junction View ที่อัพเดทใหม่ ทำให้หลายคนเห็นแล้วอยากจะใช้มั่ง (สังเกตุว่าจริงๆแล้วคนไทยชอบ Feature นี้มาก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว Software นำทางในอเมริกากับยุโรปไม่ค่อยเน้น Feature นี้กันเท่าไร ที่ทำกันอยู่ก็ไม่ค่อยสวยนัก เน้นแค่ว่าดูแล้วพอเข้าใจก็พอ แต่ Junction View กลับฮิตมากในฝั่งเอเซียอย่างไต้หวัน, เกาหลี, มาเลเซียรวมถึงไทย) ส่วนแผนที่ TSM V.10 ก็ปรับปรุงดีขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อน โดยมีแผนที่ที่อัพเดทและจำนวน POI ที่อัดมาจนแน่นยังคงเป็นจุดขายที่เหนือกว่าคู่แข่ง แน่นอนกลุ่มลูกค้ายังเป็นกลุ่มที่มองเรื่องลิขสิทธิ์ถูกต้องและการรับประกันมาก่อนเรื่องราคา

พฤศจิกายน 2552 - Google เปิดตัว Google Transport
สำหรับประเทศไทยนี้คือข่าวที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแวดวงแผนที่ในบ้านเรา ทั้งในแง่เป็น Product ของผู้เล่นรายใหญ่ยักษ์ผสมผสานกับอิทธิพลของ Marketing แบบ Social Networking อันทรงประสิทธิภาพ ส่งผลให้การเปิดตัว Google Transport ในประเทศไทยกระจายเป็นข่าวปลิวว่อนใน Internet ไปหมดภายในวันแรกของการเปิดตัว กล่าวได้ว่านี้เป็นการใช้งบโฆษณาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Google ที่ใช้เงินน้อยที่สุดก็ว่าได้ ถ้าใครเคยเห็นโฆษณา Google Transport ประเทศไทยชิ้นนี้ อาจจะคุ้นๆ หน้านักแสดงประกอบเหล่านั้นบ้าง เพราะพวกเค้าทั้งหมดเป็นคนในวงการ IT ที่มีชื่อเสียงแทบทั้งสิ้น โดยสรุปคร่าวๆ คือ Google เปิดตัว Product 3 ตัวคือ
- Google Traffic สามารถแสดงข้อมูลการจราจรว่าตรงไหนติดขัด ไม่ติดขัด โดยแสดงเป็นเส้นสีเขียว เหลือง แดง บน Google Map แบบ Real Time สนับข้อมูลจาก สนข. (สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร)
- Google Transit สามารถแสดงการนำทางโดยใช้เส้นทางขนส่งมวลชน (รถเมล์, รถไฟฟ้า BTS, MRT) โดยแสดงเส้นทางพร้อมเวลาว่าจะเลือกขึ้นรถเมล์สายอะไร หรือต่อรถไฟฟ้าที่สถานีไหน (Feature ข้อนี้เด็ดสุด การบอกการเดินทางโดยรถเมล์ว่าให้ขึ้นสายไหนต่อสายไหนที่ไหนเป็นอะไรที่คนกรุงเทพอยากได้มากๆ อยู่แล้ว)
- Google Maps for Mobile (ภาษาไทย) อันนี้เป็น Application บนมือถือ เท่าที่เห็นมีครบทุก Platform ทั้ง Windows Mobile, IPhone, Android, Symbian, Java ซึ่งเวอร์ชั่นใหม่จะ Support 2 Features ข้างต้น ใครไม่มีไป Download มาลงได้ ที่สำคัญฟรี



บทวิจารณ์
เมื่อยักษ์ใหญ่มา รากหญ้าก็วอดวาย ประโยคนี้ใช้ได้ดีเสมอ ในความรู้สึกผม Google Traffic ไม่ได้เป็นของแปลกใหม่เลยในเมืองไทย ตอนนี้เราก็มีทั้ง Longdo Map กับ Traffy ของ Nectec ที่สามารถแสดงข้อมูลจราจรเป็นเส้นสีได้กันมาตั้งนานแล้ว (ทั้งสองตัวมี Application บนมือถือและดูได้บน Web เหมือน Google เช่นกัน) ทำไมเพิ่งมาตื่นเต้นเอากันตอนนี้ หนำซ้ำผมว่าผลลัพธ์ของทั้งสองตัวยังถูกต้องมากกว่าของ Google Traffic เสียอีก ซึ่งอันนี้ผมไม่ค่อยจะแปลกใจเพราะ Google ใช้แหล่งข้อมูลแค่ที่เดียวคือ สนข. ในขนาดที่ Longdo และ Traffy ใช้ข้อมูลจาก ITS (สมาคมขนส่งอัจฉริยะไทย) ซึ่งใช้ข้อมูลจากหน่วยราชการหลากหลายกว่าทั้ง สนข., กทม. และตำรวจจราจร (บก.02)

พฤศจิกายน 2552 - Tele System เปิดตัว GPS Navigator รุ่นใหม่ที่มาพร้อมซอฟท์แวร์ IGO ลิขสิทธิ์แท้
ในที่สุดซอฟท์แวร์ IGO ถูกลิขสิทธิ์ตามกฎหมายก็มีเข้ามาเพิ่มในตลาดอีกยี่ห้อหนึ่ง ภายใต้แบรนด์ Tele Sysyem จากอิตาลี โดยแรกเริ่มเปิดตัว 2 รุ่นคือ TS8511 (หน้าจอ 4.3" ราคา 9,990 บาท) และ TS8411 (หน้าจอ 3.5"ราคา 8,990) ทั้งหมดมาพร้อมกับ IGO amigo ลิขสิทธิ์ถูกต้อง


บทวิจารณ์
เท่าที่เห็น GPS เปิดตัวมาหลายยี่ห้อในปีนี้ ผมว่า Tele System อยู่ในข่ายที่น่าเจ็บตัวมากที่สุด เพราะเล่นชนกับตลาด Grey Market (ตลาด GPS จากเมืองจีนที่ติดตั้งซอฟท์แวร์ IGO อย่างไม่ถูกต้อง) แบบเต็มๆ เพราะชนทั้ง Hardware และ Software โดยที่ตัว Harware นั้น Spec. และหน้าตาใกล้เคียงกับเครื่องจีนหลายรุ่นในราคาที่ถูกกว่าเกือบครึ่ง ยอมรับว่าต้นทุนที่สูงกว่าของ Tele System มาจากต้นทุนค่า Software ลิขสิทธิ์, ต้นทุนค่าการตลาดและการทำบริการหลังการขายทั้งในเรื่องการรับประกันและศูนย์บริการ ในขนาดที่เครื่องจีนนั้นต้นทุนเหล่านี้แทบจะเป็นศูนย์ ยอมรับว่าจุดแข็งเดียวที่เหนียวแน่นก็คือลูกค้าที่ชื่นชอบซอฟท์แวร์ IGO เป็นพิเศษและพร้อมยินดีจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อใช้ซอฟท์แวร์ถูกกฎหมาย ซึ่งยอมรับว่าเมืองไทยยังมีผู้ใช้ที่มีคุณภาพแบบนี้ยังน้อยอยู่

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Garmin Mobile XT 5.00 Asian Version

เมื่อปลายเดือนที่แล้วทาง Garmin Taiwan ได้ออก Garmin Mobile XT version 5.00 ใหม่ หลังจากที่ทาง Garmin Inc. ได้ออก version 5.00 มาให้ใช้เป็นระยะเวลาหนึ่งตามที่เคย Review ไปแล้วนั้น ตัว Asian Version นี้ ได้ทำการปรับปรุงเรื่องการ Update ภาษาให้ Support ภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ซึ่งผลพลอยได้ดังกล่าวทำให้เราสามารถใช้งานภาษาไทยบน Garmin Mobile XT 5.00 ได้อย่างสมบูรณ์แบบไปด้วย โดยเราจะมาดูว่ามี Feature อะไรบ้างที่แตกต่างไปจาก English Version บ้าง

1. Support ภาษาไทย




Version นี้ Support เมนูภาษาไทยในตัวโปรแกรมเองเลย เพียงแค่แก้ไข Config File เพียงเล็กน้อย และยังสามารถแสดงผลเป็นภาษาไทยในแผนที่ได้ด้วย แค่มี Font ภาษาไทยเพิ่มเข้าไปเท่านั้น ส่วนเสียงนำทางแค่ Copy File เสียงภาษาไทยจาก Version เก่าก็ใช้งานได้เหมือนเดิม

2. New Feature "My Photo"





Feature ตัวนี้เป็น Feature ใหม่ที่มีเฉพาะใน Asian Version เท่านั้น ใน English Vesion ไม่มี ก็คือความสามารถในการใช้งานภาพถ่ายที่มีพิกัดฝังไว้ใน Exif Header โดยถ้าเรามีภาพถ่ายที่มีค่าพิกัด เราสามารถใช้นำทางได้เหมือนเป็น POI ตัวหนึ่งเหมือนกัน

3. Support Custom POI มากขึ้น



ในส่วนของ Custom POI ถ้าเป็น English Version จะไม่สามารถแสดงรูปภาพที่อยู่ใน Custom POI ได้ แต่ใน Asian Version นั้น สามารถแสดง Custom POI ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยรูปภาพที่อยู่ใน Custom POI สามารถแสดงได้ครบทุกรูป

4. Support ข้อมูล Road Signs ที่มีในแผนที่



ถ้าในแผนที่ที่ใช้งาน มีการเก็บ Attribute "Road Signs" มาด้วย ตัว Asian Version นี้ สามารถดึงเอาข้อมูลตัวนี้มาแสดงในหน้าจอนำทางได้ ตัวอย่างข้อมูล Road Signs ก็เช่น ชื่อทางออก(ทางด่วน) , ชื่อปลายทางที่จะมุ่งไป (Destination Name) รวมถึงถนนที่ใช้มุ่งไปด้วย ในขณะที่ English Version จะไม่ได้ใช้ Attribute ตัวนี้เลย

5. ยกเลิก Feature "Google Local Search"



ตัว Feature "Google Local Search" ถูกเอาออกไป เข้าใจว่าข้อมูลของ Google Local Search จะมีมากในเฉพาะฝั่งอเมริกาและยุโรปเท่านั้น อาจใช้งานได้ไม่สมบูรณ์ในย่าน Asia ก็เลยเอา Feature นี้ออกไป ซึ่งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด โดยเฉพาะในเมืองไทย ผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาโดย Google Local Search ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

6. Support Internal Keyboard


ปกติใน English Version นั้น เวลาค้นหา POI จะใช้ Keyboard ที่ติดตั้งในโปรแกรม ไม่ได้ใช้ Keyboard ของระบบปฏิบัติการ ทำให้การป้อนข้อมูลทำได้ยากมาก และมีปัญหากับการค้นหาภาษาไทยมาโดยตลอด ส่วนใน Asian Version นี้ จะมี Keyboard มาให้ทั้งติดตั้งมากับโปรแกรมเป็น Internal Keyboard หรือจะใช้กับ External Keyboard ที่มากับระบบปฏิบัติการก็ได้ โดยทั่วไปพบว่า Keyboard ป้อนข้อมูลได้ง่ายและสะดวกกว่า

7. เปลี่ยน Icon ของ Speed Limit ใหม่



มีการแก้ไข Icon ของ Speed Limit จากสี่เหลี่ยม มาเป็นวงกลมสีแดงแทน ซึ่งก็เห็นด้วยว่ามองแล้วดูดีกว่า

8. แยก POI หมวดร้านสะดวกซื้อออกมาจากปั๊มน้ำมัน และเปลี่ยน Icon ใหม่ให้แตกต่างกัน



ตรงนี้เป็นข้อแตกต่างระหว่าง Asian Version และ English Version ใน Product หลายๆ ตัวของ Garmin เข้าใจว่าเป็น Life Style ของชาวอเมริกา ที่ร้านสะดวกซื้อมักจะอยู่ในปั๊มน้ำมันเสมอ ทำให้เวลาค้นหาร้าน 7-11 ต้องไปหาในหมวดปั๊มน้ำมัน แถม Icon มีหน้าตาคล้ายกันมากๆ อีก ตอนนี้ใน Asian Version แยกหมวดทั้งสองออกจากกันแล้ว แล้วยังเปลี่ยน Icon เป็น รูป 24 ด้วย (น่าจะแปลว่าเปิด 24 ชม.) ข้อดีนี้ส่งผลให้เวลาใช้งานใน Menu "Where Am I?" เพื่อหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด จะได้ชื่อปั๊มน้ำมันจริงๆ ออกมา

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Garmin Nuvi 255W

Garmin Nuvi 255w เป็น Product ตัวใหม่ที่เพิ่งวางตลาดของ Garmin ซึ่งตัวนี้เป็นรุ่นในตระกูล Series 2x5 ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจมากตัวหนึ่งของ Garmin เลยเพราะเป็นรุ่นที่มี Feature ใหม่ๆ ที่รุ่นอื่นยังไม่มีเลยก็ว่าได้ อาทิ เช่น
1. 3D Terrain Map
Garmin รุ่นนี้ Support แผนที่ที่มี DEM หรือข้อมูลชั้นความสูง โดยแสดงผลในรูปของ Terrain 3 มิติที่มองเห็นความสูงต่ำของภูมิประเทศ



จากรูปแสดงแผนที่ของ World Map ที่เป็น DEM Base Map ที่ติดตั้งมากับเครื่องตั้งแต่แรก


ถ้าแผนที่ที่เป็น Detail Map มี DEM อยู่ด้วยก็จะสามารถแสดง 3D Terrain ได้เลย ในขนาดที่ถ้าเป็นรุ่นอื่นที่ไม่ Support แผนที่แบบนี้ก็จะเห็นเป็นแค่ 2 มิติปกติเหมือนเดิม แต่การมีข้อมูล DEM แบบนี้ก็แลกกับขนาดของแผนที่ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ขนาดของแผนที่ทั้งประเทศไทยที่มี DEM นั้นเกือบประมาณ 800 MB เลยทีเดียวทั้งที่ขนาดของแผนที่ปกติมีขนาดไม่ถึง 100 MB ด้วยซ้ำ และถ้าต้องการ DEM ที่มี Resolution สูงขึ้น ขนาดก็จะยิ่งใหญ่ตามขึ้นไปอีก แถมการวาดแผนที่ก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เพราะ CPU ของ Nuvi 255W มีความเร็วในการประมวลผลมากกว่า Nuvi ในรุ่นอื่นๆ ก็เลยสามารถ Support Feature นี้ได้ ถ้าเป็นรุ่นอื่น สงสัยไปไม่รอด
แต่อย่างไรก็ตาม Feature 3D Terrain นี้ ก็มองเห็นได้เฉพาะใน Mode Browse Map เท่านั้น ถ้าอยู่ใน Mode Navigation ก็จะเห็นแค่เป็น 2D/3D Perspective แบบเดิมเหมือนรุ่นทั่วๆไปอยู่ดี (CPU ยังน่าจะเร็วไม่พอที่จะประมวลผลแบบนั้นได้) จึงยังถือว่าไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

2. Junction View
นี่คือ Feature ที่น่าจับตามองมากที่สุด และเป็นที่ต้องการของผู้ใช้เป็นอย่างมากสูงสุด โดย Nuvi255w จะแสดงรูปภาพทางแยกเป็นแบบเหมือนที่เราเห็นจริงๆ ทำให้การนำทางไปได้อย่างถูกต้อง เข้าใจง่ายขึ้นกว่าเดิม ลดความสับสนโดยเฉพาะในทางแยกที่ซับซ้อน มีถนนวิ่งได้หลายช่องทาง บ่อยครั้งที่เรามักจะเข้าช่องผิดเป็นประจำ การมี Junction View นี้ก็จะช่วยได้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี


จะเห็นได้ว่ารูป Junction View จะแสดงเป็นภาพประกอบครึ่งจอทางขวาในหน้า Turn Preview เวลาขับรถก็แค่ดูตรงลูกศรสีชมพูในรูปว่าให้วิ่งเข้าช่องทางไหนเท่านั้น ต่อไปนี้ก็ไม่สับสนอีกต่อไป

3. Speed Limit
ใน Nuvi 255w มีอีกหนึ่ง Feature ที่ Nuvi รุ่นอื่นๆ ยังไม่เห็นมี แต่พบบ้างแล้วใน Garmin รุ่นใหม่ๆ ก็คือ Speed Limit โดยจะแสดงความเร็วสูงสุดที่ถนนเส้นนั้นอนุญาตให้วิ่งได้ โดยแสดงเป็นตัวเลขกำกับอยู่ในหน้านำทาง ซึ่ง Feature นี้สามารถเลือกที่จะเปิดปิดได้ว่าจะต้องการใช้งานหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับที่พบใน MobileXT 5.0 ก็คือ ถึงแม้ว่าเราขับรถเร็วกว่าที่ Speed Limit บอกไว้ ตัว Garmin เองก็ไม่มีการเตือนแต่อย่างไร แค่แสดงเอาไว้เป็น Infomation เท่านั้น


วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551

Garmin MobileXT 5.00.10W

เมื่อไม่นานมานี้ Garmin ได้มีการ Update โปรแกรม Garmin MobileXT ใหม่ล่าสุดเป็น Version 5.00.10w แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่เลยทีเดียว โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังต่อไปนี้

1. New Interface
ใน Version ใหม่นี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาของ Interface ใหม่ให้ดูมีหน้าตาทันสมัยยิ่งขึ้น คล้ายๆ กับ Interface ของ Nuvi รุ่นใหม่ๆ ที่ออกมา



จะเห็นได้ว่าหน้าจอของ Main Menu มีการออกแบบใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น แยก Menu "Garmin Online" เป็นปุ่มใหม่แยกออกมา แต่รวมปุ่ม "Tools" และ "Setting" เข้าด้วยกันแทน เท่าที่ทดสอบดู พบว่า Interface แบบแนวนอนจะดูดีกว่าแบบแนวตั้งมาก ซึ่งแบบแนวนอน Interface จะคล้ายคลึงกับที่อยู่ใน Nuvi เป็นอย่างมาก


ส่วนในหน้าจอ Navigation ก็แตกต่างไปจากเดิม มีการเพิ่ม Icon แสดงสัญลักษณ์การเลี้ยวขนาดใหญ่เด่นออกมาตรงมุมบนซ้ายแทนข้อความแบบเดิมซึ่งดูแล้วชัดเจนและเข้าใจง่ายกว่าเดิม

2. Google Local Search

ในส่วนของ Menu "Find" นอกจากการค้นหา POI แบบปกติแล้ว ยังสามารถค้นหาแบบ POI แบบ Online ได้ โดยอาศัย Service ของ Google เข้ามาช่วย ซึ่งข้อมูล POI ของประเทศไทยใน Google ก็มีบ้างพอสมควร ถึงแม้ไม่เยอะมากและ Information ยังอาจจะไม่ครบถ้วนและถูกต้องนัก จากการทดสอบให้ค้นหา POI บางตัว พบว่าพิกัดจาก Google เพี้ยนไปค่อนข้างเยอะ และ Information ของ POI ก็มีแค่ที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น Information บางอย่างเช่น Rating ของโรงแรม และ Food Type ของร้านอาหารในเมืองไทยก็ไม่มีข้อมูลให้

ตัวอย่างผลการค้นหา POI ของร้านอาหารและโรงแรมที่ได้จาก Google Local Search (ตอนนี้ผลลัพธ์ที่ได้ยังมีแต่ภาษาอังกฤษเท่านั้นอยู่)
3. Panoramio Photos
Garmin MobileXT ใน version นี้เพิ่ม Feature ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Online Content เป็นพิเศษ ซึ่งนอกเหนือจาก Google Local Search ที่เป็น Online Content Service แล้ว อีก Feature หนึ่งที่ใช้คุณสมบัติด้าน Online ก็คือ "Panoramio Photos" ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาภาพถ่ายที่มีคน Upload รูปภาพพร้อมค่าพิกัดไว้ใน Website "Panoramio" ซึ่งผู้ใช้สามารถดูภาพถ่ายที่อยู่ใกล้เคียงมาดูได้


ตัวอย่างผลลัพธ์ของการค้นหา POI ผ่านทาง "Panoramio Photos" โดยจะแสดงรูปภาพใน Website ที่อยู่ใกล้เคียงตามเงื่อนไขที่ต้องการได้ รูปถ่ายใน Panoramio ของเมืองไทย ถึงแม้จะไม่มากนัก แต่ก็มีบ้างพอสมควร และในอนาคตถ้า Web นี้เป็นที่นิยม ก็น่าจะมีผู้ใช้เมืองไทยไป Upload รูปถ่ายมากขึ้นกว่านี้ก็ได้ สำหรับรูปถ่าย ผู้ใช้สามารถดูรูปขยายจากรูปที่ต้องการและสามารถนำทางไปยังตำแหน่งที่อ้างอิงกับรูปถ่ายนี้ได้

4. Vehicle Icon
ในที่สุด version นี้ก็สามารถที่จะเปลี่ยน Icon ของ GPS ให้เป็นรูป Icon ต่างๆ ได้แล้ว เหมือนที่มีใน Nuvi โดยรูป Icon แปลกๆ สามารถ Download มาลงได้เพิ่มเติมจาก Website ของ Garmin ซึ่งมีอยู่เพียบ



5. Speed Limit
ในหน้าจอ Navigation จะมี Icon แสดง "Speed Limit" เพิ่มเข้ามา เพื่อเป็นการเตือนผู้ใช้ให้มีความระมัดระวังในการขับขี่รถยนต์ให้ปลอดภัยและเคารพกฎหมายจราจรเพิ่มขึ้น แต่เท่าที่ทดสอบมามีข้อสงสัยอยู่ว่า "Speed Limit" น่าจะเอามาจากข้อมูล Speed ที่เป็น Attribute ของถนนเลยโดยตรง เพราะมีการระบุ "Speed Limit" ได้ครบทุกเส้น ถึงแม้จะเป็นถนนเส้นเล็กๆ ก็ตาม รวมถึงในการทดสอบขับขี่จริง ถึงแม้ว่าจะขับรถเร็วกว่าค่า "Speed Limit" แล้วก็ตาม แต่โปรแกรมก็ไม่มีการเตือนแต่อย่างไร (ทั้งเสียงเตือนและข้อความ)



6. Where Am I?
ใน Menu "Where Am I?" ของ Version เก่าจะแสดงแค่พิกัดที่ตำแหน่งปัจจุบันและทางแยกที่ใกล้เคียงเท่านั้น แต่ใน Version ใหม่นี้ผู้ใช้สามารถที่จะหา POI ของสถานีตำรวจ (Police Station), โรงพยาบาล (Hospital) และปั๊มน้ำมัน (Fuel) ที่ใกล้ที่สุดเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้เพิ่มอีกทาง

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2551

City Navigator Southeastern Asia NT v3.0

แผนที่ประเทศไทยสำหรับ Garmin นอกเหนือจากแผนที่ของ ESRI แล้ว ยังมีแผนที่ของ TeleAtlas อีกตัวหนึ่งที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน โดยแผนที่ของ TeleAtlas นั้น ตอนนี้ได้ออก Version ใหม่ล่าสุดเป็น version 3.0 แล้ว หลังจากที่เพิ่งออก version 2.0 มาในช่วงปลายปีที่แล้ว
ดังนั้นสำหรับบทความนี้ เราจะมาลองดูว่าแผนที่ของ TeleAtlas ที่มีอยู่ในชุดแผนที่ "City Navigator Southeastern Asia NT v3.0" มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง
1. รายละเอียดเบื้องต้น
แผนที่ City Navigator Southeastern Asia NT v3.0 นี้ โดยที่ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นแผนที่ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ASEAN โดยประกอบไปด้วย ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฮ่องกงและมาเก๊า (ซึ่ง 2 ประเทศหลังไม่เข้าใจว่ามาเกี่ยวข้องกับ ASEAN ได้อย่างไรถึงมารวมอยู่ใน Package เดียวกันได้) แต่ในบทความนี้จะ Focus เฉพาะแผนที่ของประเทศไทยเท่านั้น
จาก Information จะเห็นได้ว่าแผนที่ Update เมื่อเดือนมีนาคม 2008 นี้เองซึ่งถือว่าใหม่มาก และเป็น version 3.0 แล้วหลังจากที่ออก version 2.0 มาได้ไม่ถึง 6 เดือน จัดได้ว่า Update แผนที่ได้เร็วและถี่มากโดยสิ่งที่แตกต่างกันของแผนที่ใน 2 version นี้ที่เห็นได้ชัด อาทิเช่น

- ขนาดแผนที่มีขนาดเล็กลง (version 3.0 ขนาด 120MB แต่ version 2.0 ขนาด 167MB)

ประเด็นนี้มีคนสงสัยอยู่มากเหมือนกัน บางคนเดาว่าอาจมีบางพื้นที่ในบางประเทศหายไป (แต่อย่างไรก็ตามใน version 3.0 นี้จำนวนประเทศยังคงอยู่ครบเหมือนเดิม) แต่ผมคาดเดาเอาเองว่าน่าจะมีการเพิ่ม Parameter ในการทำ Generalize เส้นถนนมากขึ้นกว่าเดิมมากกว่า ซึ่งทำให้เส้นถนนใน version ใหม่นี้ดูหยาบขึ้นและมีจุด vertex ลดลง (เพื่อทำให้การ Redraw Map เร็วขึ้น)

- มีการเปลี่ยน Map Detail Grid ใหม่ในประเทศไทย

จากเดิม version 2.0 แบ่งเป็นตาราง Grid แบบมั่วๆ ไร้รูปแบบอยู่ (ซึ่งสร้างปัญหาตามมาคือการ Routing ข้าม Grid นี้ใน version 2.0 มักจะได้เส้นทางที่ไม่ถูกต้อง นำทางได้มั่วมาก) ส่วนของ version 3.0 มีการแบ่ง Grid ออกเป็นรายจังหวัดซึ่งมีหลักการมากขึ้นกว่า (โดยที่บาง Grid อาจมีได้มากกว่า 1 จังหวัด) ทำให้การทำ Routing ข้าม Grid ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2. Road Update

ได้ทำการสุ่มดูพื้นที่ที่มีการก่อสร้างเส้นถนนใหม่ที่เพิ่งเปิดการใช้งานไปแล้วในช่วง 1-3 ปีนี้ เพื่อดูว่าทาง TeleAtlas มีการ Update ถนนเหล่านี้มาในแผนที่ตัวใหม่นี้แล้วหรือยัง โดยเลือกพื้นที่ที่เป็นเส้นทางหลักและมีข่าวนำเสนออยู่ อาทิเช่น

- ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ ไม่มีในแผนที่

เปิดใช้งานปลายปี 2550 ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ผู้ใช้ต่างเรียกร้องกันมาก เป็นจุดทดสอบหลักที่ดูว่าแผนที่ Update ใหม่ล่าสุดแล้วหรือยัง


- ทางหลวงสาย ทล.7-ทล.331 จังหวัดชลบุรี มีในแผนที่แล้ว

เปิดใช้งานช่วงปี 2548 แผนที่เส้นนี้เพิ่งจะมี Update ใน version 3.0 นี้ ใน version 2.0 ยังไม่มีถนนเส้นนี้


- อุโมงค์ทางลอดแยกเกษตร มีในแผนที่แล้ว

เปิดใช้งาน 2549 ถนนเส้นนี้มี Update ตั้งแต่ version 2.0 แล้ว


-ถนนตัดใหม่ช่วงถ.รามอินทรา-ถ.นวมินทร์ มีในแผนที่แล้ว

เพิ่งเปิดใช้งานได้ 2-3 เดือนนี้เท่านั้น ใน version 3.0 นี้เพิ่งจะมี Update ถนนเส้นนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เหมือนเป็นแค่แนวถนนคร่าวๆ เท่านั้น เพราะเวลา Routing จะไม่สามารถ Route ผ่านถนนเส้นนี้ได้เลย มันจะพาอ้อมตลอด เหมือนยังไม่เปิดใช้ แถมแนวเส้นถนนก็ไม่ค่อยจะถูกต้องตามจริงซักเท่าไร โดยเฉพาะตรงแยกถนนที่ตัดกับถ.รามอินทรา


-สะพานข้ามทางแยกถ.ศรีนครินทร์กับถ.ลาซาล มีในแผนที่แล้ว

เปิดใช้งาน 2549 ถนนเส้นนี้เพิ่งจะมี Update ใหม่ที่ version นี้ ใน version 2.0 ยังไม่มีสะพานข้ามแยกนี้



-ถนนเลี่ยงเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี มีในแผนที่แล้ว

เปิดใช้งานก่อนปี 2549 ถนนเส้นนี้มี Update แล้วตั้งแต่ version 2.0 ปัจจุบันเป็นเส้นทางหลักที่ไม่ต้องผ่านตัวเมืองราชบุรีอีกต่อไป


-สะพานข้ามทางแยกสาธุประดิษฐ์ มีในแผนที่แล้ว

เปิดใช้งานประมาณปี 2549 มี Update แล้วตั้งแต่ version 2.0


-สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร มีในแผนที่แล้ว

เปิดใช้งาน 2550 ถือเป็น Landmark ใหม่ที่สำคัญของมุกดาหารไปแล้ว และเพิ่งจะมี Update ใหม่ใน version นี้ แต่อย่างไรก็ตาม เส้นนี้ก็เป็นเหมือนแนวถนนคร่าวๆ เท่านั้น เพราะพื้นที่ตรงด่านผ่านแดนที่ต้องไขว้สลับเลนกันก็ไม่ได้ Update มา


-สะพานแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี มีในแผนที่แล้ว

เปิดใช้งานเมษายน 2551 สะพานเปิดใหม่ที่เชื่อมถนนเลียบชายทะเลเข้าด้วยกัน เป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ที่เชื่อมจากอ.แหลมสิงห์ วิ่งเลียบชายทะเลไปหาดเจ้าหลาวได้เลย จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของอ.แหลมสิงห์ไปแล้ว โดยสะพานเส้นนี้มี Update ตั้งแต่ version 2.0 แล้ว แต่อย่างไรก็ดีแนวสะพานไม่น่าจะถูกต้องนัก แถม version 3.0 ถ้า Routing จากอ.แหลมสิงห์ ไป อ.ท่าใหม่ ก็ไม่ได้ผ่านสะพานเส้นนี้อย่างที่มันควรจะเป็น


-อุโมงค์ลอดทางแยกห้าแยกปากเกร็ด ยังไม่มีในแผนที่ (เปิดใช้งาน 2550)


-สะพานข้ามแยกถ.ศรีนครินทร์ตัดกับถ.เทพารักษ์ (แยกศรีเทพา) ยังไม่มีในแผนที่ (เปิดใช้งาน 2550)

- สะพานข้ามแยกถ.แจ้งวัฒนะกับทางเข้าเมืองทองธานี ยังไม่มีในแผนที่ (เปิดใช้งาน 2550)

-สะพานข้ามทางแยกลาดปลาเค้า ยังไม่มีในแผนที่ (เปิดใช้งาน 2550)

สรุป จากตัวอย่างทั้งหมดจะเห็นได้ว่าทาง TeleAtlas น่าจะ Update ถนนที่ตัดขึ้นใหม่และเปิดให้ใช้งานได้ ไม่น่าจะเกินปี 2549 เท่านั้น ส่วนถนนที่เปิดใช้งานที่ใหม่กว่าปี 2550 จะยังไม่มีในแผนที่ version นี้ ดังนั้นแผนที่ TeleAtlas "City Navigator Southeastern Asia NT v3.0 น่าจะล้าสมัยไปประมาณ 2 ปีเห็นจะได้